เสียงแคนจากลีซอ เครื่องดนตรีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ

เสียงแคนจากลีซอ
เครื่องดนตรีที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ
เรื่อง/ภาพ ศุภกิตติ์ คุณา

(พ.ศ.2562) ช่วงเช้าของวันหยุดที่ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เกษม ยาเขต ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านน้ำริน ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน พาเราไปฟังเสียงดนตรีและเล่าให้เราฟังว่าที่ถือในมือนั้นคือ แคน เป็นเครื่องดนตรี ของเผ่าลีซอ ทำให้เราคิดว่า แคน เครื่องดนตรีที่คุ้นตา ยังคิดว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีแต่ภาคอิสานอย่างเดียวซะอีก

เครื่องดนตรี แคนของเผ่าลีซอ จะใช้เล่นในงานปีใหม่ งานแต่งงาน รวมไปถึงงานดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ ในท้องถิ่น ด้วยลักษณะที่มองจากตัวเครื่องดนตรีเองทำมาจากน้ำเต้าและไม้ไผ่ โดยใช้ไม้ไผ่ 5 กระบอก และให้เสียงโน้ตแตกต่างกันไป มีทั้งเสียงสั้นเสียงยาว คล้ายตัวโน้ตเครื่องดนตรีทั่วไป

พี่เกษมเล่าว่า เครื่องดนตรีแคนนั้นจะทำโดยสล่าหรือช่างผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ โดยตัวเองนั้นเริ่มฝึกเล่นมาแล้ว 13 ปี วิธีการเริ่มต้นในการเป่าเป็นเพลง ต้องศึกษาเรียนรู้จากครูหรือคนที่เล่นเป็นสอนให้ จับตรงนั้นตรงนี้ เป่าแบบนี้แบบนั้นตามจังหวะเพลง เมื่อก่อนจะมีไม่กี่เสียง แต่ตอนนี้มีการปรับเสียงให้เพิ่มหลายแนวตามยุคสมัยให้เข้ากับความชอบของคนรุ่นใหม่ซึ่งมีความคล้ายตัวโน้ตสากลมากขึ้น ใช้เล่นในงานต่างได้ทุกงาน แต่มักจะใช้เล่นในงาน ปีใหม่ ดำหัว งานแต่งเป็นหลัก

การไปครั้งนี้เราไม่เจอสล่าหรือช่างทำแคน แต่พี่เกษมก็เล่าวิธีการทำตั้งแต่แรกเริ่มให้เราฟัง เริ่มแรกนั้นต้องหาน้ำเต้าดิบ แล้วนำมาตากแดดให้แห้ง จากนั้นก็หาไม้ไผ่ มาตัดแต่ง เป็นท่อนยาว ท่อนสั้นทั้งหมด 5 กระบอก แล้วเจาะรู ขัดเกลาให้เนียน แล้วนำมาประกอบเข้ากัน ไม้ไผ่ทั้ง 5 กระบอกจะมีความยาวสุดเท่ากัน 2 กระบอก สั้นลงมาหน่อยอีก 2 กระบอก และท่อนสั้นสุด 1 กระบอก

เครื่องดนตรีนี้มีความเกี่ยวของกับชนเผ่าลีซอโดยมาจากรุ่นปู่ย่าตายายที่สืบทอดต่อกันมา แคนนี้ไม่ใช่ทุกคนจะเป่าได้ คนที่จะเป่าได้ต้องเรียนรู้ หลายด้าน รู้จังหวะเพลง เสียงสูงเสียงต่ำ เพลงท้องถิ่นในเทศกาลต่างๆของชาวลีซอ ซึ่งใช้ลมหายใจ เข้าออกเป่าตามจังหวะ ดูแล้วก็คงเหนื่อยเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่เคยเป่าหรือเริ่มต้นเป่าในงานต่างๆทั้งในหมู่บ้านหรือต่างหมู่บ้าน ก็จะถูกเรียกเชิญไปเล่นเครื่องดนตรีนี้ในงาน

บทเพลงที่ใช้ก็ใช้เล่นนั้น จะดูจากกลุ่มที่มาร่วมงานก่อน ถ้าเป็นพ่อแก่แม่เฒ่าก็จะโดยใช้แนวเพลงเก่าๆเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นกลุ่มวัยรุ่นก็จะเพลงใหม่เข้ากับยุคสมัยขึ้นมาอีกหน่อย และศึกษาเรียนรู้แลกเปลี่ยนบทเพลง วิถีชีวิตกับท้องที่อื่นๆ กับกลุ่มคนเล่นดนตรีนี้จากที่อื่นๆ ที่มาเจอกันตามงานต่างๆ และเครื่องเล่นอีกแบบ ก็คือ ซึง จะมีสาย 5 สาย ใช้เล่นกับคนเฒ่าคนแก่เป็นหลัก เน้นเล่นเพลงเก่าๆ เสียงจะแตกต่างจากแคน เป็นเครื่องดีดมีสายลักษณะเหมือนซึงล้านนา ถ้าเป็นเครื่องดนตรีสากลก็จะคล้ายกับกีตาร์ และจะมีเพลงต่างๆ ที่ใช้เล่นกับ ซึง ตัวนี้ โดยขึ้นอยู่กับผู้ฟังว่าอยากฟังเพลงอะไร แนวไหน เก่าหรือใหม่

สำหรับซึงภาษาลีซอจะเรียกว่า ซือบือ มี 3 สาย (มีลักษณะคล้ายกับซึง 5 สาย) โดยใช้สายกีตาร์มาติดตั้งแทนได้ เสียงของซึง ก็จะไล่เสียงจากต่ำไปสูง เป็นโน้ต คล้ายๆกับกีตาร์ การเล่นซึง คนเล่นจะต้องรู้เพลงรู้วิธีการจังหวะในเล่น

สำหรับซึง ก็สามารถเล่นได้ทุกงานงานสังสรรค์ รื่นเริง งานทำขวัญปีใหม่ต่างๆ เป็นต้น ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาเครื่องดนตรีถูกผลิตประยุกต์เข้ากับช่องเสียบไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำไปต่อกับเครื่องเสียงให้เสียงมีความไพเราะ และปรับระดับเสียงได้เหมือนเครื่องดนตรีสากลทั่วไป