บันทึกจิตป่วย ตอน “โรคซึมเศร้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแค่รู้จักรักตัวเอง”

บันทึกจิตป่วย ตอนที่ 3
แบ่งปันว่าด้วยโรคซึมเศร้า
“โรคซึมเศร้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เพียงแค่รู้จักรักตัวเอง”

หลังจากถูกสั่งให้พักงานทันที 1 เดือน งดรับแขก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อยู่กับปัจจุบัน ทานอาหารและทานยาตามคำแนะนำของอาจารย์หมอ สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรก

นับว่ายากที่จะรับมือไหว ผมทานยาตามแพทย์สั่ง ช่วงเช้าง่วงมากต้องนอนพักอย่างเดียว อาการเบื่ออาหารยังมีอยู่ แต่ก็ต้องฝืนทาน เพื่อจะได้กินยา พอกินยาก็ง่วง ผมฝืนทำงานนั่นนี่โน่นซึ่งเป็นงานที่บ้าน ก็ยากลำบากสุดท้ายก็ต้องนอน ตอนกลางคืนทานยา แล้วก็หลับสนิท

แต่กว่าจะผ่านแต่ละวันได้นั้นยากยิ่งจริงๆครับ ทั้งปวดหัว ปวดขมับ เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งไม่หยุด ทำให้เราไม่มีสมาธิมากพอในการทำงาน หงุดหงิดง่าย สัปดาห์แรกจึงเป็นสัปดาหหฤโหดสำหรับผม มีเพียงยามนอนเท่านั้นที่มีความสุขอยู่บ้าง เหมือนโบนัสเล็กๆในแต่ละวัน

การรักษาให้หายจากโรคนี้มีอยู่หลายวิธีครับ ผมใช้ทั้งการรักษาทางจิตใจ และการการรักด้วยยา บางคนอาจต้องการการรักษาหลายอย่างร่วมกัน การกินยาจะช่วยให้อาการดีขึ้น ในขณะที่การรักษาทางจิตใจจะช่วยให้เรามี

“ภูมิคุ้มกัน”

สามารถรับมือ กับสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจเราได้ดีกว่าเดิม ยารักษาโรคซึมเศร้าที่อาจารย์หมอได้กรุณาเล่าให้ผมฟังนั้น ออกฤทธิ์โดยการปรับระดับสารเคมีในสมองให้สมดุลเป็นการรักษาโดยตรง ไม่ใช่ยานอนหลับ อย่างที่หลายคนเข้าใจนะครับ

ส่วนการรักษาทางจิตใจนั้น ผมได้อาจารย์ที่เคารพสอนเรื่องการยอมรับ สภาพของตัวเอง สอนในเรื่องการเห็นเวทนา และการตัดเวทนา(ความรู้สึก) เมื่อมีสิ่งอื่นมากระทบ จึงทำให้เรามีภูมิคุ้มกัน

ก่อนหน้านี้ เวลามีสิ่งใดมากระทบ ก็จะเจ็บปวดทันที ผมเรียกมันว่า “หุบเหวแห่งความเจ็บปวด” เวลาความรู้สึกเกิดขึ้น ก็จะร่วงหล่นสู่หุบเหวที่ไม่มีก้นเหว เจ็บปวด แตกสลาย ไร้คุณค่า และมองหาเป้าหมายในชีวิตไม่เจอ

แต่พอเราเห็นตัวเวทนา คือความรู้สึก เราสามารถที่จะตัดตัวเวทนานี้ได้ ก่อนที่จะล่วงหล่นสู่หุบเหวนั้น พอรู้ตัวบ่อยๆ เราก็สามารถตัดเวทนาได้เร็วขึ้น และไม่ร่วงสู่หุบเหวนั้นอีกแล้ว ทุกวันนี้ผมยืนเด่น และเดินเล่นตามขอบเหวโดยไม่หวั่นเกรงใดใดได้แล้วครับ

คนรอบข้างสำคัญมาก จะต้องเข้าใจและศึกษาข้อมูลว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าเป็นอย่างไร เพื่อตอบสนองได้ถูก เอาใจใส่มากขึ้นอีกนิด เช่น การทานข้าว 3 เวลาบังคับกินยาทุกมื้อ หากิจกรรมอื่นๆทดแทน พาไปสถานที่ใหม่ พ้นไปจากสิ่งแวดล้อมเดิม และการให้กำลังใจเป็นต้น

ข้อสำคัญ ต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าแพทย์จะบอกให้เราลดยาหรือหยุด ถึงแม้จะรู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นแล้วก็ตาม ผมเคยหยุดยา2สัปดาห์เนื่องจากเข้าใจผิดนึกว่าตัวเองหายเป็นปกติ
ดีแล้ว

ปรากฎว่าอาการย่ำแย่เหมือนการรักษาที่ผ่านมาไม่เป็นผล ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เดือนนี้ จะครบรอบ1ปีของการรักษาแล้วครับ ซึ่งผมค่อนข้างพร้อมมาก รู้สึกตัวว่ากำลังจะหายเป็นปกติ สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
คือการซื้อยากินเองจากร้านขายยา หรือยืมยาจากเพื่อน หรือกินยาจากแพทย์ท่านอื่นปนกับโรคซึมเศร้า โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ที่รักษาเราก่อน ที่สำคัญควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น เหล้า-เบียร์ หรือ ไวน์ เพราะจะลดประสิทธิภาพของยาลดลงครับ

ด้วยความปรารถนาดีครับ
ธงชัย ยงยืน
08.08.18

จำนวนผู้เข้าชม 49 ครั้ง